จากใบตองสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ l บายศรีผู้ไท : สะพานศรัทธาที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชาวเรณูนคร
นายพัฒนะ พิมพ์แน่น 2026-02-10 16:00:30 550
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบตองสดลอยคลุ้งในห้องเรียน เสียงกรรไกรตัดใบตองดังสลับกับเสียงหัวเราะของเด็กนักเรียน มือเล็ก ๆ ที่ยังไม่คุ้นกับงานฝีมือค่อย ๆ บรรจงพับ จับ ม้วน และประดิษฐ์สิ่งที่มากกว่างานศิลป์ หากแต่เป็น “หัวใจ” ของชุมชนผู้ไทเรณูนคร "พานบายศรี" คือ เครื่องสักการะแห่งศรัทธา
โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม กับกิจกรรม “สืบศิลป์ผู้ไท บายศรีบูชา สืบต่อภูมิปัญญาแห่งเรณูนคร” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมทักษะ แต่คือพื้นที่เรียนรู้ที่ปลุกชีวิตให้กับภูมิปัญญาเก่าแก่ ผ่านสายตาและจินตนาการของคนรุ่นใหม่
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “การออกแบบเมืองแห่งการเรียนรู้สร้างสรรค์ตามความหมาย เมิงเว : วัฒนธรรม อัตลักษณ์ผู้ไทเรณูนคร นครพนม” นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กัญลยา มิขะมา หัวหน้าโครงการ พร้อมทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนครพนม ที่ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับโรงเรียน ชุมชน และปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อถักทอ “การเรียนรู้” เข้ากับ “รากเหง้า” อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในกิจกรรม เด็กนักเรียนได้รับฟังการบรรยายพิเศษหัวข้อ “รากศรัทธาและความงามแห่งศิลป์ผู้ไท” จากวิทยากรสมาคมเจ้าปู่ถลาเรณูนคร ถ่ายทอดความหมายของบายศรีในฐานะเครื่องบูชาที่ผสานศิลปะ ความเชื่อ และจิตวิญญาณของชาวผู้ไทเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับชาวเรณูนคร “บายศรี” ไม่ใช่เพียงของประดิษฐ์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพต่อ "เจ้าปู่ถลา" บรรพชนผู้ไท นักรบและผู้นำที่นำพาผู้คนอพยพมาตั้งถิ่นฐาน และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนในชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
นางกรรณิกา คณานันท์ ครูโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล เล่าว่า กิจกรรมนี้ช่วยให้นักเรียนได้รู้จักประวัติ ความเชื่อ และที่มาของปู่ถลา ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือทำ เด็ก ๆ ไม่เพียงเรียนรู้ขั้นตอนการทำบายศรี แต่ยังเข้าใจความหมายขององค์ประกอบแต่ละชิ้น และได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของตนเองลงไปในผลงาน
“นี่คือ Active Learning เด็กได้คิดเอง ทำเอง ตั้งแต่การวาดแบบร่าง จนถึงการสร้างพานบายศรีที่มีคุณค่าทางจิตใจ” กรรณิกา คณานันท์
ช่วงเวิร์กช็อปการทำบายศรี คือ หัวใจของกิจกรรม ทีมวิทยากรจาก “บายศรีพนมนาคา” เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ออกแบบพานบายศรีด้วยตัวเอง โดยไม่มีโมเดลตายตัว มีเพียงวัสดุ อุปกรณ์ และกรอบแนวคิดด้านคุณค่า
นายวีรกุลชัย สำเนากลาง วิทยากร เล่าว่า เด็ก ๆ มีพื้นฐานและศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแค่ได้รับการ “สะกิด” ให้เข้าใจเหตุผลและความหมายของแต่ละขั้นตอน
“เราคุมแค่คอนเซ็ปต์ ที่เหลือเปิดให้เขาสร้างจากจินตนาการของเขาเอง มันคือการเรียนรู้ร่วมกันจริง ๆ” วีรกุลชัย สำเนากลาง
จากแบบร่างบนกระดาษ พานบายศรีค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปร่างใหม่ที่ยังคงคุณค่าเดิม แต่เพิ่มมุมมองของคนรุ่นใหม่เข้าไปอย่างกลมกลืน
นางสาวสาวิณี โกพลรัตน์ นักวิจัยโครงการ “เมิงเว เรณู Learning City” อธิบายว่า การทำงานกับชุมชนทำให้ทีมวิจัยเห็นช่องว่างสำคัญ นั่นคือ แม้การไหว้ปู่ถลาจะเต็มไปด้วยศรัทธา แต่ยังขาดเครื่องบูชาที่เป็น “อัตลักษณ์ร่วม” ของชาวผู้ไทเรณูนคร
กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงสร้างคุณค่าทางใจ แต่ยังวางรากฐานการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกกล้วย ใบตอง ดอกไม้ ช่างฝีมือ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นอาชีพในชุมชน
“ศรัทธาไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่พิธีกรรม แต่สามารถหมุนเวียนเป็นรายได้ให้คนในพื้นที่ได้” สาวิณี โกพลรัตน์
สำหรับนักเรียนอย่าง นางสาวชยาภรณ์ อุดมพันธ์ และ นางสาวศิรประภา แสนเมือง การทำพานบายศรีครั้งนี้คือประสบการณ์แรกที่ทั้งตื่นเต้นและภาคภูมิใจ พวกเธอได้เรียนรู้ทั้งจากวิทยากร จากเพื่อน และจากการค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตัวเอง
“หนูไม่เคยทำมาก่อน แต่พอได้ทำจริง รู้สึกว่าเราก็ทำได้ และอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อไป” เสียงเล็ก ๆ จากคนรุ่นใหม่
องค์ความรู้จากกิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงเรียน หากแต่ถูกนำไปใช้จริงในงานประเพณี “ไหว้ปู่ถลาเรณูนคร ประจำปี” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 มหาวิทยาลัยนครพนม นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหาร และทีมนักวิจัย เข้าร่วมขบวนแห่เครื่องสักการะ ภายใต้แนวคิด “Winter WaeReNu : หนาวแห่งศรัทธา ไหว้เจ้าปู่ถลา พาเรียนรู้วิถีผู้ไทเมิงเว” พานบายศรีที่อยู่ในขบวน ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องสักการะ หากแต่คือผลลัพธ์ของการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชน
จากใบตองธรรมดา สู่สัญลักษณ์แห่งศรัทธา จากห้องเรียนเล็ก ๆ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ พานบายศรีในมือเยาวชนวันนี้ จึงไม่ใช่แค่งานฝีมือ แต่คือ “สะพาน” ที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชาวผู้ไทเรณูนครเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม
เรื่องราว : พัฒนะ พิมพ์แน่น
EN
CHN
VN
















