Archives

Nakhon Phanom University Journal 


ถอยกลับ

การสืบทอดและคุณค่าทางจริยธรรมของชาวอีสานในสัญญาณกลองเพล : กรณีศึกษา ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
The Inheritance and Ethical Value of Isan People in the Signal of Klong-phel Drum: A Case Study of Phangkhwang Sub-district, Mueang District, Sakon Nakhon Province

[เปิดดู 284 ครั้ง]

พรหมพิสิฐ พันธ์จันทร์ จรูญ รัตนกาล และ ประสิทธิ์ ชาระ

  • บทคัดย่อ
  •     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและสถานการณ์การตีกลองเพล 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณกลองเพลกับคุณค่าทางจริยธรรมในวิถีชุมชนอีสาน และ 3) สร้างรูปแบบในการอนุรักษ์สืบทอดและเผยแพร่วัฒนธรรมกลองเพลในวิถีชุมชนอีสาน โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายคือ ชาวตำบล     พังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้ให้สัมภาษณ์จำนวน 36 รูป/คน และผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่มจำนวน 250 รูป/คน เลือกกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดแบบแนะนำและแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสนทนากลุ่มและใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์การตีกลองเพลในวัดเขตพื้นที่ตำบลพังขว้างจะนิยมตีกลองแลงและกลองดึกมากที่สุด รองลงมาคือ ตีกลองงัน ตีกลองโฮมและตีกลองเพลในเวลาเพล และสุดท้ายคือ ตีกลองท้วงตามลำดับ ส่วนสภาพปัญหาการตี   กลองเพลที่ได้ลดน้อยลงไปเพราะ (1) ตัวกลองเพลชำรุด (2) พระสงฆ์เห็นคุณค่าวัฒนธรรมกลองเพลน้อยลง (3) ชาวบ้านเห็นคุณค่าวัฒนธรรมกลองเพลน้อยลง และ (4) การเข้ามาของเครื่องมือสื่อสารทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ 2) สัญญาณกลองเพลสามารถเสริมสร้างคุณค่าทางจริยธรรมภายใน อันได้แก่ จิตสำนึกที่ดี และคุณค่าทางจริยธรรมภายนอก อันได้แก่ พฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยที่ดีและสังคมที่ดีให้กับคนในพื้นที่ชุมชนได้ และ 3) รูปแบบในการอนุรักษ์สืบทอดและเผยแพร่วัฒนธรรมกลองเพลจะประกอบด้วย (1) การแสดงให้เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมกลองเพล (2) การแนะนำให้รู้วิธีการตี การดูแลรักษาและการปฏิบัติตน (3) การสาธิตให้ดูวิธีการตี การดูแลรักษาและการปฏิบัติตน (4) การให้ลองฝึกปฏิบัติตีกลองเพล และ (5) การจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สืบทอดและเผยแพร่วัฒนธรรมกลองเพล

     

  • Abstract
  •     This research aims: 1) to study problems and situations of Klong-phel drum beating, 2) to study a relationship between the signal of Klong-phel drum and the ethical value of Isan community way of life, and 3) to create a pattern of conservancy, inheritance and wide spread of the Klong-phel culture on Isan community way of life. This is qualitative research on Participatory Action Research (PAR). The target group is people in Phangkhwang sub-district, Mueang district, Sakon Nakhorn province, divided into 2 groups: 36 persons for interview and 250 persons for focus group discussion as selected by purposive sampling and snowball sampling. Data are collected by in-depth interview and focus group discussion. Main research instruments are the semi structured in-depth interview guide and the guide for focus group discussion. Content analysis is used to perform this qualitative study. The results of this study reveal as follows: 1) the situations of Klong-phel drum beating in Phangkhwang sub-district show that people like to beat the Klong-laeng and Klkong-duek drums the most, followed by Klong-ngan drum, Klong-horn drum and Klong-phel drum beatings. And the least popularity is Klong-tuang drum beating, respectively. The problems of Klong-phel drum beating have clearly changed to a low level because of: (1) Klong-phel drums are ruined; (2) monks place importance on the Klong-phel culture value at low level; (3) people also place importance on Klong-phel culture value at low level; and (4) release of modern technological communication tools. 2) A signal of Klong-phel drum can create the internal ethical value, namely good conscious mind and the external ethical value, namely good behaviour or characteristic and good society for community people. And 3) the pattern of conservancy, inheritance and spread of the Klong-phel culture composes of: (1) signifying the importance of the Klong-phel culture; (2) advising the right method on beating, taking care, maintaining, and self-conducting; (3) showing or demonstrating the right method on beating, taking care, maintaining, and self-conducting; (4) training and testing on Klong-phel drum beating rightly; and (5) conducting the projects and activities to conserve, inherit and spread the Klong-phel culture.

    Download Full Paper: