ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ (4)

บทคัดย่อ องค์พระธาตุพนม มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในแถบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวลาว มาเป็นระยะเวลายาวนาน ด้วยมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนนาน ตั้งแต่ยุคตำนานพระอุรังคธาตุจนถึงยุคประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญขององค์พระธาตุพนมในระดับภูมิภาค และสภาพทางสังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครองในแต่ละยุคสมัย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน http://www.mekongjournal.net/images/mekong/th72_05.pdf 

HA NOI — Viet Nam and Cambodia have agreed to promote friendly cooperation between their two armies in the fields of human resource training, search and rescue, and building a border of peace, cooperation, friendship and development.

Commander-in-Chief of the Royal Cambodian Armed Forces Pol Saroun informed his host, Prime Minister Nguyen Tan Dung in Ha Noi yesterday of his working results with leaders of the Vietnamese Ministry of National Defence and the Chief of the General Staff of the Viet Nam People's Army.

Saroun said he hoped the Vietnamese Government would facilitate the two armies' co-operation in the future.

PM Dung said Viet Nam would do its utmost to continue deepening co-operation with Cambodia in a practical and effective manner.

Dung also asked the two armies to promote co-operation between military units in localities sharing a common border, and work closely together in joint patrol activities at sea, as well as in building and developing armed forces. — VNS

ความนำ
เชียงคานเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย

อำเภอเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวจังหวัด บนริมฝั่งน้ำโขง แม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบันเชียงคานกำลังเป็นที่รู้จัก และเป็นเป้าหมายของนักเดินทางท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมของ “คนเมืองเลย” ซึ่งมีจารีตประเพณีแตกต่างจากคนกลุ่มอื่นในภาคอีสาน

แต่มิเพียงเท่านี้ หากศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จะพบว่าเชียงคานเป็นเมืองโบราณที่มีพัฒนาการสืบเนื่องยาวนานหลายร้อยปี

เชียงคานก่อร่างสร้างตัวขึ้นในสมัยล้านช้าง ถือเป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งของลุ่มน้ำโขง จนถึงช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ รัฐไทยก็มีอำนาจเหนือหัวเมืองแถบนี้ อันเป็นผลจากสงครามคราวพระวอพระตาในปี พ.ศ. ๒๓๒๒ และสงครามปราบเจ้าอนุวงศ์ในปี พ.ศ. ๒๓๗๐ ซึ่งกองทัพไทยได้กวาดต้อนครัวลาวจำนวนมากเข้ามาไว้ที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง เพื่อตัดทอนกำลังฝ่ายตรงข้าม

ครัวเมืองเชียงคานถูกนำมาไว้ที่เมืองปากเหือง (ปากแม่น้ำเหือง บ้านท่าดีหมี อำเภอเชียงคาน) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนนามเมืองเป็น “เชียงคาน” ตามชื่อเมืองเดิม

กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เมืองเชียงคานเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายระลอก ซึ่งมีผลต่อลักษณะทางกายภาพและโครงสร้างทางสังคมของเมือง

เริ่มจากในปี พ.ศ. ๒๔๑๗ - ๒๔๑๘ ครัวเมืองเชียงคานเดิมที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้าย และเมืองใหม่ที่ปากเหือง ได้อพยพหลบหนีการก่อกวนของพวกจีนฮ่อเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ “บ้านท่านาจันทร์” อันเป็นที่ตั้งเมืองเชียงคานในปัจจุบัน

ความนำ                  

                      นับตั้งแต่สังคมไทยได้นำเอาแนวทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศนับตั้งแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ เช่น การขยายตัวของชุมชนเมือง ย่านอุตสาหกรรมต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดจากการับเอาวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาแทนที่ค่านิยม ธรรมเนียม ประเพณีแบบดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติมาช้านาน ทำให้คนในสังคมหลงลืม“อัตลักษณ์”ทางสังคมของตนเอง ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของการพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรมหลากหลายรูปแบบ รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมาเป็น“สินค้า”ที่จำหน่วยให้กับนักท่องเที่ยว การจัดการทรัพยากรในรูปแบบนี้เป็นการใช้“ความรู้”จากภายนอก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มอำนาจรัฐและทุน โดยละเลยองค์ “ความรู้”หรือ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”ของชาวบ้านที่เป็นกลไกทางสังคมในการจัดการทรัพยากรของชุมชนของมาช้านาน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ในการจัดการท่องเที่ยวของสถานที่หลายแห่งชาวบ้านพื้นถิ่นจึงมีส่วนร่วมน้อยมาก ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อความยั่งยืนของภาวะเศรษฐกิจชุมชนโดยตรงแล้ว ยังส่งผลต่อการกระบวนการถ่ายทอดองค์ “ความรู้พื้นถิ่น”ทางสังคมและวัฒนธรรมที่เคยถูกผลิตซ้ำในสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งในฐานะการเป็นสถานที่สำคัญของชีวิตและจิตวิญญาณของชุมชน ผลที่ตามมาคือ การคลายตัวของความสัมพันธ์ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นที่เคยผูกพันกับสถานที่ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรมหลายแห่งถูกปล่อยปละละเลย ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร

 

2011. ศูนย์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม
By: Joomla Free Templates