สาธารณสุข การแพทย์

สาธารณสุข การแพทย์ (7)

ธนาคารเอดีบีให้ทุนสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีในพื้นที่ชายแดนของประเทศลาวและเวียดนาม เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีในพื้นที่ชายแดนของทั้ังสองประเทศนี้มีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้นจากการที่มีการเคลื่อนย้ายของผู้คนในบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศอันเนื่องจากการมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย เช่นการสร้างถนนข้ามเขตแดนระหว่างประเทศที่มีมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวนี้เป็นโครงการที่จะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงปี คศ. 2017 และจะมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ให้บริการด้านสุขภาพในด้านการพัฒนาความรู้และ ทักษะการให้บริการเพื่อป้องกัน ตลอดจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงของการติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะในประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่

http://www.adb.org/news/adb-supports-lao-pdr-viet-nam-addressing-hiv-threat-border-areas

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดนกในเวียดนามปีนี้ค่อนข้างรุนแรงและซับซ้อน ประกอบกับปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดนก ทางกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้อนุมัติเงินกองทุน 23 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 700 ล้านบาทเพื่อรับมือกับการระบาดของไข้หวัดนกโดยการปรับปรุงระบบการแพทย์ในเชิงป้องกันและค้นหาวิธีการรักษาใหม่ ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกมาสู่มนุษย์ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่สุดของกระทรวงฯ หลังจากพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ที่เวียดนามในปีนี้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://news.yahoo.com/vietnam-approves-fund-fight-bird-flu-202551489.html

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย (นายวิทยา บุรณศิริ) และ เวียดนาม (Dr.Nguyen Thi Kim Tien) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทย และกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุขซึ่งเป็นการขยายความร่วมมือหลังจากที่ได้มีการลงนามความร่วมมือก่อนหน้านี้ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2547 โดยในการลงนามครั้งนี้ทั้งสองประเทศตกลงที่จะทำความร่วมมือ ในเรื่องการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และ การพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังและรับมือกับโรคติดต่ออุบัติใหม่ เช่น ซาร์ส และ ไข้หวัดนก เป็นต้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thailand.prd.go.th/view_inside.php?id=6124

 

 

ตามที่ได้มี คณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งที่สองที่จังหวัดอุดรธานี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดนครพนมได้เสนอแผนพัฒนาโรงพยาบาลนครพนมเพื่อให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพแห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thailand.prd.go.th/view_inside.php?id=6154 

การก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำในแม่น้ำโขง (ซึ่งปัจจุบันแม่น้ำดังกล่าวถือเป็นสายเลือดสำคัญหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชน กว่า 65 ล้านคน ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็นต้น) อาจทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ เนื่องจากคาดว่าการสร้างเขื่อนดังกล่าวนั้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการประมงน้ำจืด โดยจะทำให้มีการลดลงของปริมาณและความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อห่วงโซ่อาหารตามมา (ในปัจจุบัน มีปริมาณปลาน้ำโขงที่จับได้ มากกว่า 1 ล้านตัน ต่อปี) อันเป็นที่น่ากังวลใจว่าผลดังกล่าวจะกระทบโดยตรงต่อปริมาณสารอาหารจำพวกโปรตีนที่ประชาชนในภูมิภาคนี้ได้รับ (และจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพตามมา) ดังนั้นหลายๆ ฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการทบทวนโครงการดังกล่าวใหม่อีกครั้ง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bangkokpost.newspaperdirect.com/epaper/viewer.aspx

 

จากรายงานของ "the Joint United Nations Programme on HIV/AIDS (UNAIDS)" พบว่า ปัญหาด้านการขาดความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชนพื้นเมืองมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สูง โดยเฉพาะในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงซึ่งมีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่มากถึง 95 เผ่านั้น การให้สุขศึกษาแก่ชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงใช้สื่อหรือการให้ความรู้ (สุขศึกษา) แก่ชนพื้นเมืองด้วยภาษาถิ่นที่เข้าใจง่าย ดังนั้นจึงน่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ชนพื้นเมืองในภูมิภาคนี้ขาดความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และส่งผลให้พบการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้สูง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://crofsblogs.typepad.com/h5n1/2012/02/southeast-asias-indigenous-groups-stateless-and-sick.html

ในวันที่ 19-20 มกราคม 2555 ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสาธารณสุขของประเทศในอนุภูมิภาคลุมแม่น้ำโขง ที่หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายประเทศด้วยกันได้แก่ เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ไทย และจีน โดยในการประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศดังกล่าวได้เห็นพ้องกันในการทำความร่วมมือด้านสาธารณสุขของประเทศในอนุภูมิภาคลุมแม่น้ำโขง ตลอดจนจะจัดให้มีการประชุม "Fourth International Public Health Conference in Great Mekong Sub-region nations" ที่ประเทศจีนในเดือนกันยายนนี้

ดูรายละเอียด้พิ่มเติมได้ที่ http://healthspace.asia/profiles/blogs/workshop-on-building-public-health-network-in-mekong-sub-region

 

2011. ศูนย์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม
By: Joomla Free Templates